คลองระบายน้ำในกรุงเทพฯ

ข่าวเด่น

สาระน่ารู้

ติดต่อโครงการ

เกม

คลองระบายน้ำในกรุงเทพมหานคร


ทำไมต้องรักษ์คลอง?

ลำคลองเป็นสิ่งที่ถูกยกให้มีบทบาทสำคัญและมีความผูกพันต่อวิถีชีวิตชาวกรุงเทพฯ มาตั้งแต่เมื่อครั้งอดีต เมืองโบราณทั้งหลายในสมัยก่อนต่างก็เลือกก่อตั้งเมืองในจุดยุทธศาสตร์ที่มีแม่น้ำไหลผ่านด้วยกันทั้งสิ้น  กระทั่งมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ด้วยลักษณะทางกายภาพที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำเพียงสายเดียวไหลผ่านจึงมีการขุดคูคลองเพิ่มเติมเพื่อการอำนวยประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการวางผังเมืองเพื่อป้องกันศัตรูที่จะมารุกราน เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลัก และเป็นทางระบายน้ำ

นอกจากจะมีประโยชน์ทางด้านยุทธศาสตร์แล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสำหรับการตั้งบ้านเรือนและวัดวาอาราม ชาวกรุงเทพฯ ในสมัยนั้นจึงนิยมตั้งบ้านเรือนติดริมแม่น้ำลำคลองหรืออาศัยตามเรือนแพ และใช้น้ำในลำคลองเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อการเกษตรกรรม รวมถึงเป็นแหล่งรายได้ในการหาเลี้ยงชีพอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กรุงเทพฯ ได้รับการขนานนามจากชาวตะวันตกว่าเป็น “เวนิสแห่งตะวันออก”

ทว่าวิถีชีวิตริมน้ำของชาวกรุงเทพฯ เริ่มเปลี่ยนแปลงก้าวเข้าสู่ชีวิตความเป็น “เมืองบก” มากขึ้นทีละน้อย ประเทศเริ่มมีการพัฒนาไปสู่ความทันสมัยตามชาติตะวันตก การเข้ามาของถนนหนทาง ยานพาหะนะรูปแบบใหม่ เช่น รถม้า รถลาก รถยนต์ รวมทั้งรถราง ที่ให้ความสะดวกสบายมากกว่าเดิม ทำให้ประเทศไทยหันไปเร่งพัฒนาการคมนาคมทางบกเป็นอย่างมาก ในขณะที่ลำคลองค่อยๆ ถูกลดบทบาทความสำคัญลงเรื่อยๆ  คลองหลายคลองเมื่อครั้งอดีตถูกถมเพื่อสร้างถนนแทนที่หรือถูกปล่อยทิ้งจนลำคลองตื้นเขิน เหลือเพียงคลองสายสำคัญ ๆ เพื่อใช้ในการคมนาคมและระบายน้ำ อีกทั้งบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมยังเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว สวนทางกับจำนวนคูคลองที่ลดน้อยลง ทำให้ระบายน้ำไม่เต็มประสิทธิภาพตามที่ควร ประกอบกับประชาชนไม่ให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด ปัญหาด้านการระบายน้ำและปัญหาด้านน้ำเสียจึงเป็นปัญหาสะสมที่คนกรุงเทพฯ ในสมัยนั้นไม่รู้สึกตัวและทวีความรุนแรงจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในเวลาต่อมา

แม้ลำคลองของจะถูกบทบาทลดลงไปมากจากเมื่อครั้งอดีต  แต่ลำคลองในกรุงเทพฯ ยังคงทำหน้าที่หลักในการระบายน้ำจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคลองสายรองและคลองสายหลักที่ได้ทำหน้าที่ระบายน้ำออกสู่ทะเลต่างก็ได้รับการพัฒนาโดยกรุงเทพมหานครในการวางระบบท่อลำเลียงน้ำรวมถึงกลไลที่เอื้อประโยชน์ต่อการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาด้านการระบายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากต้องประสบปัญหาขยะที่กีดขวางเส้นทางไหลของน้ำและปัญหาน้ำเน่าเสียที่ตะกอนของเสียทำให้คลองเกิดการตื้นเขินขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ วิถีชีวิต และสุขภาพของประชาชนทุกคน


คลองสำคัญอย่างไร?

คลองเป็นลำน้ำที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำหรือทะเล มีทั้งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือเกิดจากแรงงานมนุษย์ ในสมัยก่อนคลองมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชาวกรุงเทพฯ คลองหลายคลองถูกขุดขึ้นเพื่อประโยชน์สาธารณะต่าง ๆ เป็นเส้นทางคมนาคมหลักในยุคที่ถนนยังไม่เฟื่องฟู เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในยุคที่น้ำประปายังเข้าไม่ถึงทุกครัวเรือน และเป็นปราการสำคัญในการรับมือกับศัตรูในยุคที่ต้องทำศึกสงคราม 

เป็นคลองระบายน้ำ คลองในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในด้านการระบายน้ำเพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังเมื่อมีฝนตกหนักในฤดูฝน โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งรับน้ำจากพื้นดินระบายลงสู่แม่น้ำสายต่างๆ รวมถึงทำหน้าที่เป็นแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ชั่วคราวก่อนค่อย ๆ ระบายออกทีละน้อย คลองที่ทำหน้าที่ในการระบายน้ำเช่นนี้ตามปกติมักมีการสร้างประตูน้ำไว้ที่ปากคลอง เพื่อควบคุมการไหลของน้ำในปริมาณและตามระยะเวลาที่ต้องการ

เป็นเส้นทางคมนาคม แม้ในปัจจุบันถนนจะเป็นเส้นทางคมนาคมที่ขึ้นมาแทนที่คลอง แต่ยังมีคลองหลายสายที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรได้ด้วยเรือยนต์โดยสารสาธารณะ เช่น คลองแสนแสบ คลองพระโขนง และคลองบ้านป่า โดยการคมนาคมขนส่งทางน้ำยังมีความสะดวก สามารถลัดเลาะไปยังพื้นที่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วและตรงเวลา การสัญจรทางน้ำจึงได้รับความนิยมจากชาวกรุงเทพฯ ในปัจจุบันไม่แพ้เมื่อครั้งอดีต

เป็นคลองประปา ที่เป็นการนำน้ำจากแม่น้ำมาผ่านกรรมวิธีทำเป็นน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน โดยคลองประปาสายแรกของประเทศไทยขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อนำน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่ผ่านจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีพื้นที่อยู่เหนือระดับที่น้ำเค็มจะขึ้นถึง ส่งมาตามลำคลองผ่านกรรมวิธีที่โรงกรองน้ำประปาสามเสนเพื่อผลิตให้เป็นน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภคของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ

เป็นคลองชลประทาน การขุดคลองในอดีตมีวัตถุประสงค์สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การนำน้ำจากแม่น้ำเข้าไปตามคูคลองต่างๆ แล้วกระจายไปสู่เรือกสวนไร่นาที่ตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำ เช่น การขุดคลองภาษีเจริญ คลองดำเนินสะดวก คลองพระโขนง และคลองประเวศบุรีรมย์ ล้วนให้ความสำคัญกับการชลประทานทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลองรังสิตประยุรศักดิ์ ซึ่งขุดเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำนครนายกนั้นให้ประโยชน์ในด้านการชลประทานอย่างกว้างขวางในบริเวณทุ่งหลวง หรือที่ปัจจุบันเรียกว่า ทุ่งรังสิต จนกลายเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญมากแห่งหนึ่งในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ


เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงและจับสัตว์น้ำ ในอดีต คลองต่างๆ จะมีน้ำที่ใสสะอาด จึงเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงและจับสัตว์น้ำ เช่น ปลาหรือกุ้งที่มีอยู่อย่างชุกชุมมาบริโภคเป็นอาหารของคนในท้องถิ่นและชุมชนได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ทว่าในปัจจุบันความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำได้ลดจำนวนลงไปมากเนื่องจากคลองกลายเป็นที่ทิ้งขยะสิ่งปฏิกูลและน้ำเน่าเสียจากโรงงานและบ้านเรือนจนสัตว์น้ำไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

เป็นปราการปกป้องเมือง เมืองเก่าในอดีตทั้งกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อสถาปนาขึ้นเป็นราชธานีล้วนใช้แม่น้ำและลำคลองเป็นแนวป้องกันเมืองทางด้านยุทธศาสตร์จากข้าศึกที่จะยกกำลังเข้าโจมตีเมือง แม้ต่อมาคลองคูเมืองที่เป็นแนวป้องกันทางยุทธศาสตร์ได้ลดความสำคัญลงไป แต่ก็ยังคงมีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ เช่น คลองคูเมืองเดิมซึ่งอยู่ชั้นในสุดของเกาะรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นในสมัยธนบุรี คลองรอบกรุง (คลองโอ่งอ่าง-บางลำพู) ซึ่งเป็นคลองคูเมืองชั้นกลาง สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 1 และคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งเป็นคลองคูเมืองชั้นนอก สร้างขึ้นเมื่อมีการขยายเขตตัวเมืองกรุงเทพฯ ในรัชกาลที่ 4

คลองกำลังประสบปัญหาอะไร?

ในยุคที่กรุงเทพฯ เริ่มพัฒนาบ้านเมืองตามแบบชาติตะวันตก เปลี่ยนจากการสัญจรทางน้ำมาใช้ การสัญจรทางบก พร้อมกับเศรษฐกิจที่เริ่มเติบโต จึงมีการถมคูคลองเดิมเพื่อขยายถนน ส่งผลให้วิถีชีวิตของประชาชนที่เคยอาศัยอยู่ตามริมคลองเปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยตั้งบ้านเรือนหันหน้าเข้าคลองก็เปลี่ยนเป็นหันหน้าเข้าถนน  และเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อแม่น้ำลำคลองไป โดยมองว่าคลองเป็นที่รองรับน้ำเสียและของเสียต่างๆ บ้านเรือน แหล่งชุมชน และอาคารสถานประกอบการต่างเชื่อมระบบระบายน้ำทิ้งลงสู่คลอง โดยที่น้ำเหล่านั้นไม่ได้รับการบำบัดที่ได้มาตรฐาน ด้วยจำนวนคลองระบายน้ำที่คงเหลือมีจำนวนสวนทางกับบ้านเรือนที่ขยายใหญ่โตขึ้นทุกขณะ ปัญหาน้ำด้านการระบายน้ำและปัญหาน้ำเสียจึง สะสมเรื้อรังมาทีละน้อยกระทั่งปรากฏเป็นสภาพที่พบเห็นกันจนชินตาในปัจจุบัน

ปัญหาน้ำท่วม

นับจากอดีตปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ มีสาเหตุหลักมาจากลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มและในบางพื้นที่มีน้ำท่วมถึงในฤดูน้ำหลาก ประกอบกับกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจุดที่มีร่องมรสุมพัดผ่านทำให้มีฝนตกฉุกในเดือนกันยายนถึงตุลาคม รวมถึงยังต้องเผชิญกับปัญหาน้ำเหนือในเวลาเดียวกัน อีกทั้งกรุงเทพฯ มีสภาพเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยมีพื้นที่เพาะปลูกและที่ลุ่มรับน้ำตามธรรมชาติอยู่มาก กลายเป็นสิ่งปลูกสร้างเข้ามาแทนที่ ประกอบกับการสูบใช้น้ำบาดาลมากเกินไป ทำให้น้ำหนักที่กดทับลงบนพื้นดินที่เป็นที่ลุ่มยิ่งเร่งอัตราการทรุดตัวของดินให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงปัญหาเศษขยะในแม่น้ำลำคลองที่ไปกีดขวางการไหลของน้ำตามท่อระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ ทำให้ระบบระบายน้ำทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ก่อเกิดเป็นปัญหาด้านการระบายน้ำที่สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวกรุงเทพฯ ขึ้นในที่สุดและเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยากจะแก้ไขในปัจจุบันหากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน 

ปัญหาน้ำเสีย

การขยายตัวของชุมชนเมืองและจำนวนประชาชนที่เพิ่มขึ้นในกรุงเทพฯ เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาน้ำเสียในกรุงเทพฯ จากการศึกษาน้ำเสียในระยะ 20 ปี พบว่าน้ำเสียประมาณร้อยละ 75 มาจากแหล่งชุมชน เช่น บ้านเรือน ที่พักอาศัย ร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรม ซึ่งมีการใช้น้ำในปริมาณสูง อีกทั้งชุมชนและบ้านเรือนส่วนใหญ่ไม่ได้ติดตั้งระบบบัดบำน้ำที่ถูกต้องตามมาตรฐาน น้ำที่ใช้แล้วจึงถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำและลำคลองสาธารณะ ทำให้เกิดการเน่าเสียขึ้นเรื่อยๆ จนเกินขีดความสามารถที่ธรรมชาติจะปรับสภาพให้คืนสู่สภาพเดิม กระทั่งเกิดทัศนียภาพที่ไม่น่ามอง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวกรุงเทพฯ ต่อไปในอนาคต

เราจะดูแลคลองได้อย่างไร?

จากวิกฤตน้ำท่วมและน้ำเสียของกรุงเทพฯ อันมีสาเหตุจากธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ซึ่งนับวันมีแต่จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นับเป็นความท้าทายของกรุงเทพมหานครต่อการแก้ปัญหาเป็นอย่างยิ่ง โดยการดำเนินการแก้ไขนั้นไม่เพียงแต่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบเท่านั้น หากแต่ยังจำเป็นต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจ ทั้งหน่วยงานราชการและประชาชนชาวกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

แนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วม

กรุงเทพมหานครได้วางแผนจัดการน้ำท่วมและการระบายน้ำอย่างบูรณาการ ประกอบด้วยการทำงานในหลายมิติ โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานรวมถึงความร่วมมือจากประชาชน อันมีแนวทางดังนี้
มิติที่ 1 The System บูรณาการทั้งระบบ เป็นการสร้างโครงสร้างถาวรขนาดใหญ่เพื่อการป้องกันน้ำท่วมและระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยใช้ระบบ Polder System หรือพื้นที่ปิดล้อมขนาดใหญ่  ประกอบด้วยแนวคันกั้นน้ำภาคตะวันตก แนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมติดตั้งสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ และจัดหาพื้นที่แก้มลิงเพื่อรองรับน้ำไว้ชั่วคราว
มิติที่ 2 Flood Fighting ปฏิบัติการพิชิตน้ำในทุกฤดูกาล ด้วยการจัดตั้งทีมปฏิบัติภารกิจเฝ้าระวังน้ำ พร้อมออกปฏิบัติการแก้ไขน้ำท่วมทุกพื้นที่ เตรียมพร้อมลอกคลองและทำความสะอาดคลองในหน้าแล้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่โครงสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมทั่วกรุงเทพมหานคร
มิติที่ 3 Management บริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพด้วยศูนย์ควบคุมน้ำท่วม ซึ่งจะคอยตรวจวัดค่าต่างๆ จากสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ ประตูเรือสัญจร บ่อสูบน้ำ สถานีวัดปริมาณน้ำฝน สถานีวัดระดับน้ำในคลองและแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงวัดระดับน้ำที่ท่วมขังบนถนน เพื่อการประเมินค่าความเสี่ยงและควบคุมน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มิติที่ 4 Public Participation สร้างความเข้าใจ อาศัยความร่วมมือจากประชาชน ซึ่งเป็นเครือข่ายกำลังสำคัญที่จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเข้มแข็งความสามัคคีในชุมชน ในการหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมร่วมกัน นอกจากนี้ยังเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร่วมแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำจากสถานที่จริง เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินการวางแผนรับมือแก้แก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางการแก้ปัญหาน้ำเสีย

กรุงเทพมหานครมีเป้าหมายในการเพิ่มและกระจายระบบบำบัดน้ำเสียให้มากขึ้น โดยการดำเนินมาตรการระยะสั้นด้วยระบบบำบัดน้ำเสียเฉพาะจุด พร้อมกับมาตรการระยะยาวด้วยการสร้างโรงบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ และโรงควบคุมคุณภาพน้ำเพื่อเพิ่มศักยภาพในการบำบัดน้ำทิ้งจากแหล่งชุมชนก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลองโดยตรง รวมถึงมีเป้าหมายที่จะนำน้ำซึ่งผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น

นำก๊าซชีวภาพที่เกิดจากการหมักย่อยสลายตะกอนน้ำเสียมาใช้เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญต่อไปในอนาคต ร่วมกับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้เกิดการใช้น้ำอย่างประหยัด งดทิ้งขยะหรือน้ำที่ใช้แล้วลงแม่น้ำลำคลองโดยตรง และส่งเสริมการปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบำบัดน้ำเสียให้ทรงประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต